เที่ยวนครนายก บริการบ้านพัก และ กิจกรรมท่องเที่ยว โทร. 087 127 8000

สถานที่ท่องเที่ยว

บ้านท่าด่าน ต. หินตั้ง อ. เมือง จ. นครนายก และ สถานที่ท่องเที่ยว ใกล้เคียง

เขื่อนขุนด่านปราการชล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ (เขื่อนคลองท่าด่าน)


เขื่อนขุนด่านปราการชล ชื่อพระราชทาน หนึ่งในโครงการ " อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" ตั้งอยู่ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง นครนายก จ.นครนายก สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากที่เกิดกับประชาชนชาวนครนายกและจังหวัดใกล้เคียง จึงนับเป็นสิ่งก่อสร้างหนึ่งที่แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวนครนายกและชาวไทย

ตัวเขื่อนประกอบด้วยเขื่อนหลักและเขื่อนรองสร้างด้วยคอนกรีตบดอัด ซึ่งปัจจุบันนับว่าเป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก มีความยาวรวม 2,720 เมตร ความสูง (สูงสุด) 93 เมตร รับน้ำที่ไหลจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ผ่านน้ำตกเหวนรกลงสู่อ่างเก็บน้ำ มีความจุ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร

การสร้างเขื่อนโดยวิธีคอนกรีตบดอัดแน่น (Roller Compacted Concrete: RCC) นี้จะมีรูปแบบของเขื่อนด้านเปลือกนอก เป็นลักษณะแบบสร้างเขื่อนแบบปกติ มีความหนาข้างละประมาณ 70 ซม. ส่วนด้านในเป็นขี้เถ้าลอยซึ่งได้จากถ่านหินลิกไนต์จากเหมืองแม่เมาะ จ.ลำปาง ถือเป็นสิ่งใหม่ที่เพิ่งนำมาใช้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก คงยังจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีข้อถกกันว่าจะกำจัดขี้เถ้าลอยลิกไนต์กันอย่างไร เพราะกลัวกันว่าจะเป็นอันตรายแก่คนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ นี่จึงนับว่าเป็นการทำขยะลิกไนต์ให้เกิดประโยชน์ได้อีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้เขื่อนคลองท่าด่านจะยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของนครนายก นักท่องเที่ยวสามารถชมอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จากบริเวณสันเขื่อน จะเห็นทิวทัศน์ด้านหน้าเขื่อน และชมทิวทัศน์เมืองนครนายกด้านหลังเขื่อนได้

ดูรายละเอียด เขื่อนขุนด่านปราการชล เพิ่มเติมได้ที่นี่

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ


ศูนย์ภูมิรักษ์...จากพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง

เป็นที่ซาบซึ้งกันดีว่า พระราชกรณียกิจของในหลวงที่ทรงทำเพื่อประชาชนนั้น มีมากมายเพียงใด

เฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินั้น ก็มีถึงกว่า 3,000 โครงการ ซึ่งแต่ละโครงการถือกำเนิดมาจากพระอัจฉริยภาพ พระเมตตาคุณ พระกรุณาธิคุณ ที่พระองค์ท่านได้พระราชทานเพื่อเป็นแนวทางในการบำบัดปัดเป่าความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทยในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

และ "ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ" ในจังหวัดนครนายก ห่างจากเขื่อนท่าด่านเพียง 200 เมตร ก็คือสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวบรวมภูมิความรู้ควบคู่กับความเพลิดเพลิน อันเนื่องมาจากโครงการในพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัว

ชื่อ "ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ" เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิชัยพัฒนา และเป็นโครงการที่ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการจัดสร้าง เพื่อเผยแพร่แนวพระราชดำริให้กว้างขวางและลึกซึ้ง โดยการแสดงแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร ปศุสัตว์ สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ตลอดจนการสาธิตความเป็นอยู่ วิถีไทยด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเหมาะสม

โครงการนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมูลนิธิชัยพัฒนา บริเวณบ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมือง จ.นครนายก จะเป็นสถานที่รวบรวมข้อมูลและกิจกรรมที่แสดงให้เห็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งแนวทางการพัฒนาตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น จะเห็นว่าทรงมุ่งการพัฒนาด้วยการแก้ไขปรับปรุงคุณภาพของ คน ดิน น้ำ ป่า อย่างเป็นระบบ โดยให้คน คือ เกษตรกร ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศเป็นแกน ตามแนวทางคนต้องอยู่ พึ่งพา และ ดูแลป่า ดิน น้ำ อย่างใกล้ชิด ซึ่งได้มีการแบ่งพื้นที่จัดแสดงในโครงการออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดนิทรรศการในส่วนการจัดแสดง โดยจะเป็นการสรุปภาพรวมของพระราชกรณียกิจ อันเป็นที่มาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหมด

ส่วนที่สองเป็นการจัดนิทรรศการบริเวณใกล้เคียงกับอาคาร อาทิ การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ การควบคุมดูแลสิ่งแวดล้อม เช่น บ่อบำบัดน้ำเสียแบบฝังใต้ผิวดิน Cross Section กอ หรือ แปลงหญ้าแฝก เพื่อแสดงให้เห็นการทำงานของรากหญ้าแฝกที่ยึดดิน และส่วนที่สาม เป็นการแสดงในพื้นที่ภายนอกอาคาร ด้วยการจำลองป่า และภูมิประเทศของประเทศไทยทั้ง 4 ภาค รวมถึงการจัดแสดงเกษตรทฤษฎีใหม่ และชีวิตที่พอเพียง กับวิถีชีวิตของคนไทย โดยได้จัดทำคำบรรยายตามสถานที่สำคัญๆ ทั่วทั้งพื้นที่จัดแสดง

นอกจากนี้ยังมีการนำเสนอวิถีชีวิต และภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นต่างๆ ซึ่งจะเป็น "อาศรมปัญญา" โดยการรวบรวม "108 เซียน" ผู้มีความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขา ถือเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่จะหมุนเวียนมาช่วยคิดช่วยถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้สนใจ

อีกไม่นาน ศูนย์ภูมิรักษ์นี้ก็จะเสร็จสมบูรณ์ และจะนับได้ว่าเป็น "พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต" เพราะจะให้ผู้สนใจได้ศึกษา ทดลอง และเรียนรู้ด้วยตนเอง ทำให้ผู้เข้าชมได้ทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความเพลิดเพลิน นำไปสู่การพัฒนาต่อยอดความรู้ โดยรู้จักการช่วยเหลือตนเอง ใช้ภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์

ยิ่งกว่านั้นผู้มาเยือนจะได้ซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจ และพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะสิ่งแสดงทุกๆ อย่างที่สื่อความหมาย เช่น การเดินเที่ยวชมในพื้นที่ลาดชันของภาคเหนือ ก็สร้างความลาดชันให้ได้กับการเดินขึ้นดอยอินทนนท์ ห้วยน้ำดัง หรือเดินทางเที่ยวชมส่วนหนึ่งในภาคใต้ อาจจะจมอยู่ใต้น้ำ ซึ่งจะจัดทำภาพที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงดำเนินในภูมิประเทศคล้ายคลึงกันนี้มาติดไว้ เพื่อให้ผู้เที่ยวชมสามารถรับรู้ รับทราบด้วยตัวเอง ถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่ได้ทรงบำเพ็ญมาตลอดระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษ

ห่างจากเขื่อนคลองท่าด่าน ฯลฯ ประมาณ 200 เมตร

ดูรายละเอียด ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ เพิ่มเติมได้ที่นี่

น้ำตกนางรอง


เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครนายกเกิดจากห้วยนางรองซึ่งมีห้วยระย้าและห้วยน้ำซับเป็นต้นน้ำสำคัญ ลักษณะของน้ำตกเป็นทางน้ำไหลลงมาเป็นชั้น ๆ คล้ายกับขั้นบันได น้ำตกเป็นทางตกลงมาเป็นชั้น จะไหลลงไปในแอ่งน้ำใหญ่แล้วล้นไหลลงสู่แอ่งในชั้นอื่น ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ ในฤดูฝนน้ำตกแห่งนี้จะมีน้ำไหลแรงมาก แต่ถ้าเป็นการเดินทางไปในฤดูร้อนแล้ว ถึงแม้น้ำจะไหลน้อยสักหน่อย ลำธารบริเวณน้ำตกก็ยังคงร่มรื่นเหมาะสำหรับไปพักผ่อนยิ่งนัก น้ำตกนางรอง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง อยู่ห่าง จากตัวเมือง ตามทางหลวงหมาย เลข 3049 นครนายก น้ำตกนางรอง ทาง ราดยาง ถนน 4 เลน ตลอดสาย

การเข้าชมน้ำตกนางรองนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบำรุงสถานที่ดังนี้ รถยนต์โดยสาร (รวมบุคคล) 150 บาท รถยนต์เล็ก (รวมบุคคล) 50 บาท รถตู้ (รวมบุคคล) 100 บาท ถจักรยานยนต์ 10 บาท บุคคลคนละ 5 บาท

ห่างจากเขื่อนคลองท่าด่าน ประมาณ 3 กม.

น้ำตกสาริกา


น้ำตกสาริกา หรือ ตาดสาริกา เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงและสวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายกเกิดจากห้วยสาริกาซึ่งไหลมาจากเขาสาริกา และเนื่องจากห้วยสาริกาเป็นห้วยสั้น ๆ อยู่ใกล้กับต้นน้ำของมัน น้ำตกสาริกาอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สายน้ำไหลตก จากหน้าผาเป็นทอดๆ ถึง 9 ชั้นผา ที่สูงที่สุด สูงประมาณ 200 เมตร จึงทำให้น้ำตกแห่งนี้มีน้ำไหลมากเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ลักษณะของน้ำตกแห่งนี้คือเป็นน้ำตกที่ไหลมาจากหน้าผาสูงมีสายน้ำตกเป็นฟองกระจายขาวน่าดู และบริเวณแอ่งน้ำของน้ำตกเป็นแอ่งใหญ่มีน้ำขังอยู่มากและลึกพอที่จะลงไปเล่นน้ำได้ราวละหลาย ๆ คน แต่ที่ควรระวังคือ ถ้าหากมีน้ำไหลแรงมากก็ไม่ควรลงเล่น เพราะอาจพลาดพลั้งเกิดอันตรายได้
การเดินทางไปยังน้ำตกสาริกามีทางรถยนต์เข้าไปถึง เส้นทางนั้นคือทางสาย นครนายก- น้ำตกสาริกา โดยทางหลวง หมายเลข 3049 เป็นระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวง 3050 อีก ประมาณ 3 กิโลเมตร ถนน ราดยางตลอดทั้งสาย ซึ่งจะไปสิ้นสุดที่น้ำตกสาริกาพอดี รวมระยะทาง 14 ก.ม. จากนครนายก
น้ำตกสาริกา ตั้งอยู่ที่ตำบลสาริกา อำเภอเมือง บริเวณด้านล่างของน้ำตก มีบริการห้องอาบน้ำ แล ะห้องสุขาแยก ชาย-หญิง มีร้านอาหาร และร้านจำหน่ายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง บริเวณใกล้ เคียงกัน มี “ถ้ำสาริกา” ซึ่งเป็นสถานที่ที่ อาจารย์ มั่น ภูริทัตฺโต เคยมา บำเพ็ญ ศาสนธรรม ระหว่าง พ.ศ. 2460-2463 สภาพบริเวณเป็นเนิน เขาภายใน บริเวณประกอบด้วย กุฏิสงฆ์ ชี เรือนบูชาหลวงปู่มั่น พร้อม ด้วยโบสถ์ซึ่ง อยู่ตอนสุดทางเดินเท้าขึ้นเขา

การเข้าชมน้ำตกสาริกา นักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบำรุงสถานที่ดังนี้ ผู้ใหญ่ คนละ 20 บาท เด็กคนละ 10 บาท

ห่างจากเขื่อนคลองท่าด่าน ประมาณ 12 กม.
(หมายเหตุ น้ำตกสาริกา และน้ำตกนารอง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แต่ทางจังหวัดนครนายกได้ถือเอกสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของสถานที่เข้ามาดำเนินกิจการ)

อุทยานวังตะไคร้


วังตะไคร้ ตั้งอยู่ที่ตำบลหินตั้ง ใกล้กับน้ำตกนางรอง อยู่ห่างจากตัวเมือง 16 กิโลเมตร เป็นของกรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิ์พินิต และ หม่อมราชวงศ์หญิงพันธุ์ทิพย์ บริพัตร เป็นอุทยานที่ได้รับการตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ในเนื้อที่ 1,500 ไร่ มีถนนให้รถยนต์วิ่งเข้าชมในบริเวณได้
เปิดรับนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งประเภทเช้าไปเย็นกลับ และประเภทค้างแรมโดยคิดค่าผ่านประตูดังนี้
- รถบัส 500 บาท
- รถตู้ รถกระบะ (ไม่เกิน 10 คน) 100 บาท
- รถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 5 คน) 50 บาท
- บุคคล คนละ 5 บาท

ห่างจากเขื่อนคลองท่าด่าน ประมาณ 4 กม.

ล่องแก่งในลำน้ำ นครนายก


แม่น้ำนครนายก มีต้นกำเนิดจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เกิดจากลำธารหลายสายมารวมตัวกัน เช่น คลองตะไคร้ คลองนางรอง คลองท่าด่าน เมื่อรวมตัวกันเป็นแม่น้ำไหลผ่านนครนายก และอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพ ฯ มากนัก จุดเด่นของลำน้ำนครนายก คือ ตัวแก่งสามชั้นกระแสน้ำจะมีลักษณะไหลลดหลั่นกันลงมาคล้ายขั้นบันได เป็นแก่งที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้พอสมควร

แก่งต่าง ๆ ที่จะล่องผ่าน
- แก่งโขดคุ้ง มีลักษณะเป็นโขดหินโขดหินโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำในช่วงฤดูร้อน แต่จะจมลงไปในน้ำยามฤดูฝน
- เกาะแก่ง มีลักษณะเช่นเดียวกันกับแก่งโขดคุ้ง ถ้าในช่วงฤดูร้อนจะมองเห็นเกาะแก่งนี้ แต่ถ้าอยู่ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจะท่วมเกาะแก่งนี้จนไม่สามารถมองเห็นได
้ - แก่งหินสามชั้น ถือว่าเป็นไฮไลท์ของการล่องแก่งในลำน้ำนครนายก ก่อนจะถึงตัวแก่งสามชั้นระยะทางไม่กี่เมตรจะถึงโค้งหักศอกก่อน นักล่องแก่งควรระมัดระวังตัว ตั้งในพายให้ดีเมื่อถึงโค้งหักศอกนี้เพราะต่อไปจะเป็นแก่งสามชั้น ซึ่งมีลักษณะเป็นชั้นหินสามชั้นเทลาดเอียงลงมาเป็นขั้นบันได ระยะทางยาวประมาณ 50 เมตร กระแสน้ำจะไหลวนลงมากระทบกับโขดหินน้อยใหญ่ที่จมอยู่ใต้น้ำจนเกิดเป็นลูกคลื่นม้วนตัวเข้าหาหินสูงประมาณหนึ่งเมตร เป็นจุดท้าทายของนักพายเรือแคนูและคยัก ซึ่งจะมาประลองกำลังความสามารถกันที่บริเวณแก่งสามชั้นแห่งนี้ การล่องแก่งลำน้ำนครนายกจะสิ้นสุดการล่องที่บริเวณบ้านวังยาวก็ตื่นเต้นเร้าใจกันเพียงพอแล้ว อย่ล่องเพลินออำไปแม่น้ำบางปะกง เดี๋ยวจะเดือดร้อนสตาฟฟ์ล่องแก่งหาตัวลูกทัวร์ไม่เจอ

เริ่มล่องแก่งจากบริเวณเชิงสะพานคลองท่าด่าน (หน้าประตูระบายน้ำ เขื่อนคลองท่าด่าน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ) เรื่อยมาตามลำน้ำนครนายก ผ่านเกาะแก่งต่าง ๆ (แก่งที่น้ำเชี่ยวที่สุดคือแก่งสามชั้น) มีจุดนำเรือขึ้นฝั่งและออกมายังถนนใหญ่ได้หลายจุด เช่น ที่บ้านดง แก่งสามชั้น และ วังกุตภา ระยะทางในการล่องแก่งแต่ละช่วงประมาณ 4-7 กิโลเมตร การล่องแก่งเป็นการท่องเที่ยวผสมผสานไปกับกีฬาทางน้ำน้ำที่สนุกตื่นเต้นท้าทาย เป็นการพักผ่อนและออกกำลังกายที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติโดยการพายเรือแคนู (เรือแคนู เป็นเรือที่มีหัวท้ายเพรียว มีปลายประเภทแต่ประเภทที่เหมาะกับน้ำเชี่ยวคือเรือคยัก)

ดูรายละเอียด ล่องแก่ง แม่น้ำนครนายก เพิ่มเติมได้ที่นี่

สอบถามรายละเอียด เพิ่มเติม ได้ที่
โทร. 087 127 8000

ใบอนุญาติประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 13/581